> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยเข้าแถวเคารพธงชาติด้วยกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยลอกการบ้านด้วยกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยกินอาหารในโรงอาหารซึ่งอันคราคร่ำไปด้วยเพื่อนฝูงของเรา
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยไปเที่ยวเล่นด้วยกัน ถึงไหนถึงกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยทำงาน ทำกิจกรรมดีๆร่วมกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยโดดเรียนพร้อมกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าบางครั้งเราเคยให้ใครบางคนเช็กชื่อให้ในคาบเรียน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยกลับบ้านด้วยกันทั้งที่บ้านของเราก็ไม่ได้ใกล้กันเลย
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยหนีการตรวจผมด้วยกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยแกล้งกัน หยอกล้อกัน เฮฮากัน แต่เราก็ไม่เคยโกรธกัน
> >>จำได้ไหม..ว่าเราเคยวาดความฝันไว้ร่วมกัน
> >>แล้วเราก็พร้อมเดินไปตามความฝัน
> >>จำได้ไหม..ว่ากี่หมื่นพันล้านความทรงจำดีๆเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อใด
> >> เมื่อกาลเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของเพื่อนยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
> >>พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ทำอะไรด้วย
> >>กัน มีความรู้สึกดีร่วมกัน รักกัน ผูกพันกัน
> >> แต่เมื่อวันหนึ่งสถานภาพของเราเปลี่ยนไป........
> >>เราต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อไปตามทางของตัวเอง
> >>สร้างรากฐานแห่งอนาคตของเรา
> >>เราอาจต้องทำอะไรด้วยตัวของเราเองโดยไม่ไดรับความช่วยเหลือที่ดีจากเพื่อนๆ กลุ่มใหม่
> >>เพราะเพื่อนวัยมัธยมคือเพื่อนแท้ที่ดีที่สุดในชีวิต
> >>เราอาจต้องนั่งเดียวดายกินข้าวในโรงอาหารเพียงคนเดียวหรือเพื่อนสองสามคน
> >>ไม่เหมือนกับที่เราเคยกินอาหารท่ามกลางกลุ่มเพื่อนฝูงที่มีแต่มิตรภาพดีๆ
> >>เราอาจต้องกลับบ้านเพียงคนเดียว
> >>ขาดเพื่อนร่วมทางที่จะกลับบ้านพร้อมกัน
> >>เราอาจต้องทำความฝันของเราให้สำเร็จเพียงคนเดียว
> >>โดยไม่มีเพื่อนที่ดีมาช่วยกันพากันไปสู่ฝั่งฝันที่หวังไว้
> >> .......... ความทรงจำดีๆที่เคยมีกำลังจะจางหายไป
> >>แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน
> >>ขอให้ทุกคนอย่าท้อ อย่าถอย จงก้าวไปสู่ความฝันของแต่ละคนให้สำเร็จ
> >>เพื่อนคนนี้ยังคอยเป็นกำลังใจให้นายเสมอ
> >>และรอคอยที่จะเห็นวันแห่งความสำเร็จของเพื่อนๆอยู่
> >> " เพียงคำพูดคำสุดท้าย จะรักแค่เธอไปจนวันตาย "
> >>ปล. ขอขอบคุณสถาบันอันทรงเกียรติที่ทำให้ได้มาพบกัน
> >>ได้มาสร้างมิตรภาพดีๆระหว่างกัน
> >>รักเพื่อนเสมอ